WeChat ID :
หลังน้ำลดอย่าลืมไปเคลม
“ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ”
ที่รัฐซื้อความคุ้มครองให้ประชาชน
เริ่มมีผลตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569
.
ครอบคลุมที่อยู่อาศัย
ประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ
เราไม่ต้องไปซื้อประกันเอง
หรือเสียเบี้ยค่างวดเอง
.
.
.
#สรุปสั้น (สำหรับคนโควต้าอ่านน้อย)
ถ้าเกิด น้ำท่วม หลังจากมีความคุ้มครอง
จะมีค่าสินไหมเบื้องต้น 10,000 บาท/ครั้ง/หลังคาเรือน
และอาจได้เพิ่มตามความเสียหาย
โดยรวมสูงสุด 100,000 บาท
ตามเงื่อนไขกรมธรรม์
.
ถ้าเป็น วาตภัยหรือแผ่นดินไหว
เบื้องต้น 5,000 บาท
และเมื่อรวมส่วนความเสียหายเพิ่มเติม
สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท/ครั้ง/หลังคาเรือน
.
ส่วนกรณี เสียชีวิตจากภัย
ที่อยู่ในความคุ้มครอง
วงเงินผลประโยชน์ 2 ล้านบาท/คน
.
.
แต่ไม่ได้แปลว่า
“น้ำเข้าบ้านปุ๊บ ทุกบ้านรับ 10,000 บาททันที”
ต้องเข้าเงื่อนไขของเหตุภัยและกรมธรรม์ด้วย
และกรณีน้ำท่วมที่เป็นเหตุเดิม
ซึ่งเกิดก่อน 1 ต.ค. แล้วลากต่อเนื่องมา
อาจไม่ถือเป็นภัยครั้งใหม่ภายใต้กรมธรรม์นี้
.
.
.
#อ่านยาวฉบับเต็ม
Q1 : ก่อนอื่น ใคร “มีสิทธิ” อยู่ในระบบนี้?
คปภ. ให้ข้อมูลว่า
สำหรับบ้าน/คอนโดที่อยู่ในฐานทะเบียนราษฎร
จะพิจารณาบ้านที่มีเลขที่บ้าน
ตามกฎหมายทะเบียนราษฎร
และ “เจ้าบ้านมีสัญชาติไทย”
รวมถึงข้อมูลที่อยู่อาศัย
จากการสำรวจของกระทรวงมหาดไทย
.
ตรงนี้ต้องแยกคำว่า
“เจ้าบ้าน” ในทะเบียนบ้าน
ออกจากคำว่า “เจ้าของกรรมสิทธิ์”
เพราะในทางกฎหมายทะเบียนราษฎร
2 สถานะนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเดียวกัน
.
.
.
Q2 : ถ้าน้ำท่วมบ้าน ได้ 10,000 เลยไหม?
ถ้าเข้าเงื่อนไขภัยตามกรมธรรม์
กรณีอุทกภัยมีค่าสินไหมส่วนแรก 10,000 บาท/ครั้ง/หลังคาเรือน
ส่วนวาตภัยหรือแผ่นดินไหว 5,000 บาท
.
ถ้าตัวบ้านเสียหายมากกว่านั้น
จะมีการประเมินความเสียหายเพิ่มเติม
น้ำท่วม: 10,000 + ความเสียหายเพิ่มเติมสูงสุด 90,000
= รวมไม่เกิน 100,000 บาท
วาตภัย/แผ่นดินไหว: 5,000 + เพิ่มเติมสูงสุด 95,000
= รวมไม่เกิน 100,000 บาท
.
และมีอีกเงื่อนไขหนึ่งที่น่าสนใจ
หากน้ำท่วมล้อมรอบบ้าน
จนไม่สามารถดำรงชีวิตตามปกติ
ได้ติดต่อกันเกิน 7 วัน
มีข้อมูลประชาสัมพันธ์ของรัฐ
ระบุเงินชดเชย 10,000 บาท/หลังคาเรือน
.
.
.
Q3 : แล้วอะไรในบ้านที่เสียหายแล้วเคลมได้?
คปภ. ระบุว่า
การประเมินความเสียหายจะมองที่
ตัวบ้านและสิ่งติดตรึงตรา/บิวท์อิน
ไม่ได้ครอบคลุมทรัพย์สินทุกอย่าง
ที่อยู่ภายในบ้าน
.
ตัวอย่างเช่น
ตัวอาคาร ผนัง พื้น ประตู
หรือสิ่งที่เป็นส่วนของอาคาร
และบิวท์อินที่ติดตรึงกับอาคาร
เป็นประเภทความเสียหาย
ที่อยู่ในขอบเขตพิจารณา
.
แต่เครื่องใช้ไฟฟ้า
และเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว
ไม่รวมอยู่ในการประเมินความเสียหายนี้
.
.
.
Q4 : แล้วกรณีเป็น “บ้านเช่า” ใครได้เงิน?
ในเงื่อนไขระบุว่า
ในตอนแจ้งเคลมต้องเตรียม
ภาพถ่ายความเสียหาย,
หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์
และบัญชีพร้อมเพย์
.
ดังนั้น ค่าสินไหมความเสียหายต่อตัวบ้าน
จะเกี่ยวข้องกับผู้มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์
ไม่ใช่ว่าผู้เช่าซึ่งพักอยู่ในบ้าน
จะรับเงินค่าความเสียหายของตัวอาคาร
.
ไม่ยืนยันว่า
“เจ้าของกรรมสิทธิ์เป็นผู้รับเงินทุกกรณี 100%”
เพราะคู่มือการเคลม
ฉบับละเอียดของโครงการ
ยังอยู่ระหว่างการเผยแพร่
และประกาศที่มีวันนี้
ยังไม่ได้แจกแจงกรณีผู้เช่า ผู้ให้เช่า
ผู้มีชื่อในทะเบียนบ้าน
และเจ้าของกรรมสิทธิ์
ที่เป็นคนละคนอย่างละเอียด
.
ซึ่งความคุ้มครองตรงนี้
รวมถึงทรัพย์สินที่เป็นประเภทคอนโดด้วย
แต่ต้องแยกออกเป็น 2 ส่วนระหว่าง
ห้องชุดส่วนบุคคลเสียหาย
กับทรัพย์ส่วนกลางของนิติบุคคลเสียหาย
.
แต่ยังไม่พบหลักเกณฑ์ทางการ
ที่จะฟันธงว่า
ความเสียหายต่อทรัพย์ส่วนกลาง
ของนิติบุคคลอาคารชุด
จะถูกนับและเคลมอย่างไรภายใต้กรมธรรม์นี้
.
.
.
Q5 : ถ้าเจ้าของบ้านไม่ได้อยู่ในทะเบียนบ้านล่ะ?
ระบบไม่ได้ประกาศว่า
“คนไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน = ไม่มีสิทธิ”
เพราะฐานข้อมูลใช้ระดับ ที่อยู่อาศัย/หลังคาเรือน
และตอนเคลม
ยังมีการตรวจหลักฐานกรรมสิทธิ์ด้วย
.
รัฐบาลยังสำรวจ บ้านไม่มีเลขที่
เพิ่มเติมถึงประมาณ 4.9 แสนหลัง
เพื่อเอาที่อยู่อาศัยจริง
เข้าสู่ฐานข้อมูลสำหรับการช่วยเหลือด้วย
.
ดังนั้นบ้านลงทุนที่เจ้าของมีกรรมสิทธิ์
แต่ไม่ได้ย้ายทะเบียนบ้านเข้าไป
ยังไม่สรุปว่าไม่ได้รับความคุ้มครอง
ต้องดูคู่มือเคลมฉบับเต็มอีกครั้ง
.
.
.
Q6 : แล้วจะเคลมความเสียหายเพื่อแจ้งต่อรัฐอย่างไร ?
1.ถ่ายรูปความเสียหายให้ครบ
2.ถ่ายวิดีโอเก็บไว้เป็นหลักฐาน
3.เตรียมหลักฐานกรรมสิทธิ์หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง
4.เตรียมบัญชีพร้อมเพย์
5.แจ้งเคลมผ่านช่องทางที่กำหนด
.
ช่องทางแจ้งเคลมอย่างเป็นทางการ
ที่รัฐบาลประกาศตอนนี้มี 4 ช่องทาง ได้แก่
1.เว็บไซต์ ThaiNATCAT (thainatcat.org)
2.LINE @ThaiNATCAT
3.Call Center 02-012-5555
4.และจุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่ (เช่น สำนักงานเขต)
.
ถ้าเอกสารและหลักฐานครบ
มีการกำหนดเป้าหมายจ่ายค่าสินไหมเบื้องต้น
ภายใน 15 วัน
.
#ระวังเรื่องนึง
ไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียนหรือค่าธรรมเนียม
รัฐเตือนว่า
ไม่มีนโยบายส่ง SMS
พร้อมลิงก์ให้กด
และจะไม่โทรมาขอ OTP
ระวังมิจฉาชีพเข้ามา
ท่ามกลางความเดือดร้อนของพวกเรา

ร่วมพูดคุยกันได้ที่
https://www.facebook.com/Ex.MatchingProperty/posts/pfbid0yZKrKRD25kyAp5mURx2keuHfZV3NmMTp6B1L2kJ1Fki3mhDLWLC1sP8riRc19wFgl