WeChat ID :
ต่างชาติทำผิดในไทย
พ้นโทษแล้วอาจมี “เนรเทศ” ต่อ
.
มีการประกาศเป็นราชกิจฯ จากสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 ฉบับนี้
สรุปเป็นภาษาชาวบ้านเลยคือ
.
ถ้าคนต่างด้าวในไทย
มีพฤติกรรมกระทบความสงบเรียบร้อย
หรือทำผิดกฎหมายบางประเภท
รัฐสามารถเดินเรื่อง
“เนรเทศออกจากประเทศไทย” ได้
.
ที่สำคัญคือ
มันไม่ได้พูดถึงเฉพาะคดีอาญาหนัก ๆ
แต่รวมถึงเรื่องอย่าง
เข้าเมืองผิดกฎหมาย
ทำงานผิดกฎหมาย
ประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย
ปลอมหรือใช้เอกสารราชการปลอม
รวมถึงความผิดที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป
.
และถ้าคนต่างด้าวถูกดำเนินคดีจนถึงที่สุด
รับโทษครบแล้ว
เรื่องก็ไม่ได้แปลว่าจบตรงนั้น
เพราะยังสามารถเข้าสู่ขั้นตอน
“พิจารณาเนรเทศต่อ” ได้
.
ถึงขนาดที่กรมราชทัณฑ์
ต้องแจ้งกระทรวงมหาดไทย
ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน
ก่อนปล่อยตัว
เพื่อให้เตรียมดำเนินการเรื่องนี้ต่อ
.
ถ้ามีคำสั่งเนรเทศ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ยังสามารถกำหนดด้วยว่า
คนคนนั้นจะกลับเข้าประเทศไทยได้อีกเมื่อไหร่
.
พูดสั้นที่สุดคือ
1.ทำผิด
2.ถูกลงโทษ
3.รับโทษครบ
4.“เนรเทศ” รอต่ออีกชั้น
นี่คือสาระสำคัญของประกาศ
.
.
.
ทีนี้ “นายหน้าต่างชาติในวงการอสังหาฯ”
ที่เห็นเพ่นพ่านแย่งอาชีพเราอยู่ทุกวันนี้
จะเป็นยังไงต่อ
ตรงนี้น่าสนใจมากครับ
.
เพราะปัจจุบันตามข้อมูลของกระทรวงแรงงาน
“งานนายหน้าและงานตัวแทน”
อยู่ในกลุ่มงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ
โดยมีข้อยกเว้นเฉพาะ
งานนายหน้าหรือตัวแทน
ในธุรกิจการค้า “ระหว่างประเทศ” เท่านั้น
.
ดังนั้นถ้าเราพูดถึงต่างชาติที่เข้ามา
หาห้องให้ลูกค้า
พาลูกค้าดูห้อง
ต่อรองราคา
รับค่าคอมมิชชั่น
ปิดดีลซื้อขายหรือเช่าอสังหาฯ
ในประเทศไทย
.
แล้วการทำงานนั้นเข้าข่าย
“งานนายหน้า” ตามกฎหมาย
ประเด็นไม่ใช่แค่ว่า
“มี Work Permit หรือเปล่า”
.
เพราะงานบางประเภท
ต่อให้จะไปขอใบอนุญาตทำงาน
ก็ไม่ได้หมายความว่าจะขอทำได้
เนื่องจากตัวงานนั้น
ถูกกำหนดเป็นงาน
ที่ห้ามคนต่างด้าวทำอยู่แล้ว
.
ทีนี้ปัญหาที่คนในวงการอสังหาฯ
เห็นกันมานานคือ
ในทางปฏิบัติ
เราเห็นนายหน้าต่างชาติอยู่ไม่น้อย
โดยเฉพาะตลาดที่ลูกค้าต่างชาติเยอะ
.
บางคนทำผ่านบริษัทไทย
บางคนใช้ตำแหน่งอื่นในบริษัท
บางคนทำเป็นทีมกับคนไทย
บางคนรับลูกค้าจากประเทศตัวเอง
แล้วมาปิดดีลในไทย
.
อย่างไรก็ตาม
ถ้าสุดท้ายพฤติกรรมถูกพิสูจน์ว่า
เป็นการทำ “งานนายหน้า”
ที่คนต่างด้าวไม่มีสิทธิทำ
ตรงนี้ระเบียบเนรเทศฉบับใหม่
เริ่มมีความหมาย
.
เพราะในประกาศ 3 หน้ามีการระบุ
“การทำงานในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
ว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว”
เอาไว้โดยตรง
.
แปลเป็นภาษาคนก็คือ
จากเดิมที่คนต่างชาติทำงานผิดกฎหมาย
ความเสี่ยงหลักคือถูกจับ ถูกปรับ ถูกดำเนินคดี
หรือถูกส่งกลับตามกฎหมายที่มีอยู่
.
แต่ระเบียบนี้ทำให้มี
ระบบเชื่อมเรื่องการทำงานผิดกฎหมาย
เข้ากับกระบวนการเนรเทศอย่างชัดเจนขึ้น
ตรงนี้ต่างหากที่น่าจับตา
.
แล้วผลกระทบต่อ “นายหน้าต่างชาติ”
ถ้ารัฐบังคับใช้จริง จะเกิดอะไรขึ้น?
อย่างแรกคือ
ความเสี่ยงของตัวนายหน้าต่างชาติสูงขึ้น
.
ที่ผ่านมา
บางคนอาจมองการทำงานผิดกฎหมาย
เป็นเรื่องประมาณว่า
“ถ้าโดนตรวจ ก็เสียค่าปรับ”
.
แต่ถ้าการกระทำนั้นถูกดำเนินคดี
และเข้าเงื่อนไขของระเบียบนี้
ปลายทางอาจไม่ใช่แค่ค่าปรับแล้วจบ
.
แต่อาจมีเรื่อง
“คุณจะยังอยู่ประเทศไทยต่อได้หรือไม่”
เพิ่มเข้ามาด้วย
นี่ทำให้ต้นทุนความเสี่ยงเปลี่ยนไปเยอะ
.
อย่างที่สองคือ
บริษัทที่ใช้นายหน้าต่างชาติทำงานจริ
งจะถูกกดดันมากขึ้น
เพราะปัญหาไม่ได้อยู่แค่คนต่างชาติคนเดียว
.
ถ้าบริษัทจ้าง
หรือปล่อยให้คนต่างด้าวทำงาน
ที่ไม่มีสิทธิทำ
นายจ้างเองก็อาจมีความผิดตามกฎหมา
ยการทำงานของคนต่างด้าวด้วย
.
กระทรวงแรงงานระบุชัดว่า
นายจ้างต้องไม่รับคนต่างด้าว
ที่ไม่มีสิทธิทำงาน
หรือให้ทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ได้รับ
.
เพราะฉะนั้น
ถ้ามีการกวดขันจริง
บริษัทอสังหาฯ ที่ใช้ต่างชาติ
ทำหน้าที่เป็นเซลส์หรือนายหน้าโดยตรง
อาจต้องกลับมาดูโครงสร้างงานใหม่ว่า
.
คนต่างชาติเป็นคนทำการตลาดต่างประเทศ?
เป็นคนประสานงาน? เป็นล่าม?
หรือเป็นคนเจรจา พาชมห้อง ปิดดีล และรับค่าคอมมิชชั่นจริง?
เพราะชื่อในนามบัตรไม่สำคัญเท่า
“สิ่งที่ทำจริง”
.
อย่างที่ 3 คือ
ตลาดที่มีต่างชาติทำกันเยอะ เช่น
พัทยา, ภูเก็ต, กรุงเทพฯ บางโซน
อาจเห็นผลชัดกว่าพื้นที่อื่น
ถ้ามีการบังคับใช้จริง
.
เพราะโมเดลที่เห็นบ่อยคือ
ต่างชาติหาลูกค้าต่างชาติเอง
คุยเอง-พาดูทรัพย์เอง-ต่อรองเอง
แล้วแบ่งค่าคอมมิชชั่นกับบริษัทหรือคนไทย
.
ถ้าการทำงานลักษณะนั้น
ถูกตีความว่าเป็น “งานนายหน้า” จริง
การมีคนไทย
หรือบริษัทไทยอยู่ตรงกลาง
ไม่ได้ทำให้การกระทำของคนต่างชาติถูกกฎหมายขึ้นมาเอง
นี่ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นเคส ๆ ไป
.
แต่มีอีกเรื่องที่ต้องพูดตรง ๆ
ระเบียบนี้ไม่ได้ทำให้เกิดการปราบปรามโดยอัตโนมัติ
นี่สำคัญมาก
.
การมีกฎหมาย
กับการบังคับใช้กฎหมาย
เป็นคนละเรื่องกัน
.
ถ้าหน่วยงานไม่ตรวจ
ไม่มีการร้องเรียน
ไม่มีการจับกุม
ไม่มีการดำเนินคดี
ระเบียบเนรเทศ
ก็ไม่ได้ลอยลงมาจัดการคนเหล่านั้นเอง
.
ดังนั้นผลจริงของประกาศนี้
จะมากหรือน้อย
ไม่ได้อยู่แค่ว่า “เขียนกฎหมายแรงแค่ไหน”
.
แต่อยู่ที่ว่า
หลังจากนี้รัฐจะเอาจริง
กับการตรวจคนต่างชาติที่ทำอาชีพสงวนแค่ไหน
.
ถ้ายังตรวจแบบเดิม
ผลในตลาดอาจแทบไม่ต่าง
.
แต่ถ้ามีการกวดขันจริง
เรื่องนี้จะเปลี่ยนจาก
“นายหน้าต่างชาติทำงานผิดกฎหมายแล้วเสี่ยงถูกจับ”
ไปเป็น
“ถ้าถูกจับและคดีเดินจนเข้าเงื่อนไข
อนาคตการอยู่ในประเทศไทยของคุณก็อาจมีปัญหาต่อด้วย”
.
และผมว่า
นี่คือความต่างที่สำคัญที่สุด
ของประกาศฉบับนี้สำหรับวงการนายหน้าอสังหาฯ
.
เพราะตัวกฎหมาย
ห้ามงานนายหน้าสำหรับคนต่างด้าวนั้น
ไม่ได้เพิ่งเกิดวันนี้
.
ของใหม่คือ
กลไกที่ทำให้ความผิดเรื่องการทำงาน
สามารถต่อไปถึงกระบวนการเนรเทศได้ชัดขึ้น
.
ถ้าจะมองจากมุมคนในวงการจริง ๆ
ประกาศนี้ไม่ได้ตอบว่า
“พรุ่งนี้นายหน้าต่างชาติจะหายไปหมดไหม”
.
คำตอบคือ ไม่รู้
และยังไม่มีข้อมูลพอยืนยัน
.
แต่มันทำให้คำถามเปลี่ยนจาก
“ทำแบบนี้ผิดกฎหมายหรือเปล่า?”
เป็น
“ถ้ารัฐเริ่มเอาจริงขึ้นมา
คุณพร้อมรับผล
ถึงขั้นต้องออกจากประเทศไทยหรือยัง?”



ร่วมพูดคุยกันได้ที่
https://www.facebook.com/Ex.MatchingProperty/posts/pfbid0aq3tV1oVjWmYMo8JFSCTTSff8jVKVzNvQXLDpGgb9R4jCzUmBX9bbWNz9Q7Ak786l