กลโกงปิดหนี้ด้วยคอนโดเงินเหลือ จากคนช่วยสู่หนี้ก้อนใหญ่กว่าเดิม

โปรแกรมปิดหนี้ที่อ้างว่าได้เงินเหลือ อาจซ่อนราคาทรัพย์สูง สินเชื่อก้อนใหม่ และความเสี่ยงทางกฎหมาย

post date  โพสต์เมื่อ 21 มิ.ย. 2569   view 359651
article

แฉกลโกงปิดหนี้ด้วยคอนโดเงินเหลือ
สิ่งที่คิดว่าเป็นไม้ช่วยชีวิตยามคุณเป็นหนี้
จบด้วยหนี้ท่วมหัวกว่าเดิม
.
## เมื่อ “คนช่วย” กลายเป็นคนขุดหลุมฝังคุณ
ลองนึกภาพว่าคุณกำลังจมอยู่กับหนี้บัตรเครดิต 
สินเชื่อส่วนบุคคล หรือหนี้นอกระบบ 
แล้วมีคนโทรมาพูดว่า
.
“พี่ครับ/ค่ะ เรามีโปรแกรมปิดหนี้ให้นะ
ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม แถมยังเหลือเงินอีกด้วย”*
.
ฟังดูเหมือนปาฏิหาริย์ใช่ไหม? 
แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของกับดัก
ที่ออกแบบมาอย่างแยบยล
เพื่อทำให้คุณมีหนี้หนักกว่าเดิมหลายเท่า
กลโกงนี้ทำงานอย่างไร? เปิดโปงทีละขั้น
.
.
.
ขั้นที่ 1 : เลือกเหยื่อ
คนกลุ่มนี้ไม่ได้โทรหาทุกคนแบบสุ่ม 
พวกเขามักจะได้ข้อมูลลูกหนี้มาจากหลายช่องทาง
เช่น ฐานข้อมูลที่รั่วไหล กลุ่มแก้หนี้ในโซเชียล 
หรือการแนะนำต่อกัน 
.
เหยื่อที่พวกเขาต้องการ
คือคนที่มีประวัติเครดิตพอผ่าน 
แต่กำลังแบกภาระหนี้อยู่ 
.
ขั้นที่ 2 : สร้างความไว้ใจ
พวกเขาจะอ้างตัวว่าเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์
ที่มีโปรแกรมพิเศษ
ร่วมกับโครงการคอนโดหลายแบรนด์ 
บางรายมีนามบัตรดูดี มีออฟฟิศ มีรีวิว(ปลอม) 
และอาจใช้พรีเซนเตอร์
หรือคนที่อ้างว่า “ผ่านโปรแกรมนี้มาแล้ว” 
มาสร้างความมั่นใจ
.
โปรไฟล์เหยื่อที่พวกเขาต้องการ
1. “กู้ผ่านได้ แต่กำลังจม”
เหยื่อในอุดมคติคือ
คนที่เครดิตบูโรยังไม่เสีย 
แต่กำลังแบกหนี้อยู่ 
เพราะถ้าเครดิตเสียแล้ว 
กู้คอนโดไม่ผ่าน ทำดิลนี้ไม่ได้ 
พวกเขาต้องการคนที่อยู่ในช่วง 
“กำลังจะจม แต่ยังไม่จมสนิท”
.
2. มีรายได้ประจำพอพิสูจน์ได้
พนักงานออฟฟิศ ข้าราชการ 
หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ 
ที่มีสลิปเงินเดือนให้ธนาคารดู
 เพราะต้องยื่นกู้สินเชื่อบ้านได้จริง
.
3. มีหนี้กระจายหลายก้อน
คนที่มีหนี้บัตรหลายใบ + สินเชื่อส่วนบุคคล 
รู้สึกยุ่งยากและสับสน 
พวกเขาจะขายไอเดีย “รวมหนี้ก้อนเดียว” 
ซึ่งฟังดูดีและจัดการได้ง่ายกว่า
.
4. ไม่มีอสังหาริมทรัพย์ในชื่อตัวเอง
เพราะถ้ามีบ้านอยู่แล้ว 
ธนาคารจะพิจารณาภาระหนี้รวม
และอนุมัติยากขึ้น 
คนที่ “ยังไม่มีบ้าน”
ดูน่าเชื่อถือในสายตาธนาคารกว่า
.
ขั้นที่ 3 : เสนอดีลที่ฟังดูดีเกินจริง
สคริปต์จะออกมาประมาณนี้
.
“พี่มีหนี้อยู่ 3 แสน เราช่วยปิดให้ได้เลย 
แต่ต้องซื้อคอนโดในโครงการที่เราร่วมอยู่ 
ราคา 2 ล้าน กู้ได้ 2.5 ล้าน 
เงินส่วนต่าง 5 แสน 
เอามาปิดหนี้พี่ได้ แถมยังเหลืออีก 2 แสน”*
.
ฟังดูเหมือนได้กำไร 
แต่ความจริงคือ 
คุณเพิ่งแบกหนี้ 2.5 ล้าน
แทนที่จะเป็น 3 แสน
.
ขั้นที่ 4 : ทำให้ตัวเลขดูสวยงาม
พวกเขาจะเอาแผ่นกระดาษมาคำนวณให้ดู
ว่าผ่อนเดือนละเท่าไหร่ 
ดูเหมือนไม่แพง 
โดยมักจะซ่อนรายละเอียดสำคัญ
เช่น อัตราดอกเบี้ยที่จะปรับขึ้นหลังปีที่ 3, 
ค่าใช้จ่ายในการโอน, ค่าส่วนกลางรายปี 
และสภาพคล่องจริงของโครงการ

ขั้นที่ 5 : เร่งรีบปิดดีล
จะมีการสร้างความกดดันเสมอ 
เช่น “โปรนี้เหลือแค่อาทิตย์นี้” 
หรือ “มีคนจองห้องนี้อยู่แล้ว” 
เพื่อไม่ให้คุณมีเวลาคิดหรือปรึกษาคนอื่น
.
.
.
ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
สถานะ : ก่อนโดนหลอก |หลังโดนหลอก 
ยอดหนี้รวม : 300,000 บาท | 2,500,000 บาท 
ภาระรายเดือน : ~8,000–12,000 บาท | ~14,000–18,000 บาท 
ทรัพย์สิน : ไม่มีภาระ | ติดจำนองคอนโดราคาเกินจริง 
ความยืดหยุ่น : ยังปรับโครงการหนี้ได้ | ติดล็อกกับธนาคารและสัญญาทาส
.
นอกจากนี้ 
คอนโดที่ได้มามักจะมีปัญหา 
เช่น ราคาประเมินสูงเกินมูลค่าตลาด 
ทำเลไม่ดี 
ขายต่อยากหรือขาดทุน 
และบางกรณีโครงการส่งมอบช้า
หรือไม่ส่งมอบเลย
.
ดังนั้นให้ระมัดระวังสิ่งเหล่านี้
ที่ถือเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ
1.มีคนโทรหาเสนอ “ปิดหนี้ให้” โดยที่คุณไม่ได้ติดต่อไป
2.บอกว่า “ได้เงินเหลือ” หลังจากซื้ออสังหาริมทรัพย์
3.เร่งรีบ ไม่ให้เวลาคิดหรือปรึกษาคนอื่น
4.ไม่ให้ดูสัญญาล่วงหน้า หรือสัญญาเต็มไปด้วยภาษาที่เข้าใจยาก
5.บอกว่า “กู้เกินราคาจริง” ได้ ซึ่งผิดกฎหมายและนโยบายธนาคาร
6.ขอค่าธรรมเนียมล่วงหน้าก่อนดำเนินการ

ทั้งที่เรื่องนี้ก็เกิดขึ้นมาหลายครั้ง
แต่ทำไมยังมีคนถึงหลงเชื่อ?
.
เพราะดีลนี้ถูกออกแบบ
ให้ตรงกับจุดอ่อนของคน
ที่กำลังกังวลเรื่องหนี้ 
.
มันเล่นกับความสิ้นหวัง 
ความอยากได้ทางออกง่ายๆ 
และความไม่รู้เรื่องกระบวนการ
กู้อสังหาริมทรัพย์ 
.
นักต้มตุ๋นที่เก่งพอ
จะทำให้คุณรู้สึกว่า “นี่คือโอกาสของชีวิต” 
แทนที่จะเป็น “กับดัก”

ถ้าโดนหลอกไปแล้ว ทำอะไรได้บ้าง?
1. **รวบรวมหลักฐานทันที**  แชท โทรศัพท์ สัญญา ใบรับเงิน ทุกอย่าง
2. **ปรึกษาทนายความ** ก่อนลงนามเอกสารใดๆ เพิ่มเติม
3. **แจ้ง DSI หรือ สำนักงาน ปปง.** หากมีเครือข่ายขนาดใหญ่
4. **แจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)** กรณีนายหน้าไม่มีใบอนุญาต
5. **ติดต่อธนาคารโดยตรง** เพื่อแจ้งว่าอาจมีการกู้โดยข้อมูลเท็จ
.
บทสรุปสำหรับเหตุการณ์นี้
กลยุทธ์ “ปิดหนี้แลกซื้อคอนโด” 
ไม่ได้ช่วยคุณหลุดจากหนี้ 
แต่กำลังย้ายคุณจากหลุมเล็ก
ไปสู่หลุมที่ลึกกว่าหลายเท่า 
คนที่ทำธุรกิจนี้รู้ดีว่าคุณคือเหยื่อ
และนั่นคือสิ่งที่พวกเขาใช้ประโยชน์
.
คุณลองคำนวนดูง่ายๆ
ระหว่างเป็นหนี้ 300,000 
ด้วยอัตราดอกเบี้ย 16% ต่อปี
เท่ากับมีภาระดอกเบี้ย 48,000 ต่อปี
.
กับเป็นหนี้ 3,000,000 
ด้วยอัตราดอกเบี้ย 3 % ต่อปี
เท่ากับมีภาระดอกเบี้ย 90,000 ต่อปี
แบบไหนมันมากกว่ากัน
จำไว้ว่า
ไม่มีใครปิดหนี้ให้คุณฟรี
โดยไม่ได้อะไรตอบแทน 
และไม่มีดีลไหนที่ดีเกินจริง
.
ถ้ากำลังมีปัญหาหนี้สิน 
ทางออกที่แท้จริงคือ 
การปรึกษาสถาบันการเงินโดยตรง 
ใช้บริการไกล่เกลี่ยหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย 
หรือปรึกษานักแก้หนี้อย่างเพจ 
แก้หนี้มาหาพี่น้อย (อวยให้นิดนึง)
และไม่ใช่เชื่อคนแปลกหน้า
ที่โทรมาเสนอดิลสวรรค์ให้กับคุณ
.
หากได้รับข้อเสนอปิดหนี้ด้วยการซื้อคอนโด
ควรหยุดและตรวจ
ราคาตลาดจริง
ยอดกู้
เอกสารรายได้
ผู้รับเงิน
ค่าธรรมเนียม
และภาระผ่อนทั้งหมด
.
ห้ามลงนามเอกสารเท็จ
หรือยินยอมให้ใครสร้างข้อมูลรายได้ที่ไม่จริง
.
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลเตือนภัยทั่วไป
ควรปรึกษาธนาคารและผู้เชี่ยวชาญอิสระก่อนทำธุรกรรม

.

ร่วมพูดคุยกันได้ที่
https://www.facebook.com/Ex.MatchingProperty/posts/pfbid02TEphVH4x14QPGPo3yYSfWjfTcQtS5T5rmFPdtodnXbPj7Bhao6RBsrNm7TpoLmp6l

บทความที่เกี่ยวข้อง (3)