4 ต้นทุนการตลาดรายเดือน ที่เอเจนต์อสังหาต้องจ่ายก่อนปิดดีล

ค่าพอร์ทัล Boost คอนเทนต์ และเครื่องมือ คือความเสี่ยงที่เอเจนต์แบกรับก่อนเห็นค่าคอมมิชชัน

post date  โพสต์เมื่อ 21 มิ.ย. 2569   view 166972
article

หลายคนมักมองว่าอาชีพนายหน้าอสังหาริมทรัพย์
คือการ "จับเสือมือเปล่า"
แต่ในความเป็นจริงของวงการนี้
.
"เอเจนต์คือผู้แบกรับความเสี่ยง
ด้านค่าใช้จ่ายทางการตลาดทั้งหมดไว้เอง"
.
โดยทั่วไปแล้ว เมื่อขายทรัพย์ได้ 
เอเจนต์จะได้รับค่าคอมมิชชันที่ 3% ของราคาขาย 
(หรือค่าเช่า 1 เดือนสำหรับสัญญาเช่า 1 ปี) 
.
แต่กว่าจะไปถึงจุดที่ปิดดีลและรับเงินก้อนนั้นได้ 
เอเจนต์ต้องควักกระเป๋า
จ่ายเงินทำโฆษณาล่วงหน้าไปก่อนเสมอ 
และหากขายไม่ได้ตามระยะเวลาสัญญา 
ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็จะสูญเปล่าทันที
.
ปัจจุบัน ค่าการตลาดต่อเดือนของเอเจนต์
ไม่มีตัวเลขที่ตายตัว 
แต่จะขึ้นอยู่กับ "จำนวนทรัพย์ในมือ (Listing)" 
และ "กลยุทธ์การขาย" 
โดยสามารถแบ่งหมวดหมู่ต้นทุนในแต่ละเดือนได้ดังนี้
.
.
.
เจาะลึก 4 ต้นทุนค่าการตลาดของเอเจนต์อสังหาฯ ในแต่ละเดือน
1. ค่าแพลตฟอร์มประกาศอสังหาฯ (Property Portals) 
การลงประกาศในเว็บไซต์ชั้นนำ 
(เช่น DDproperty, LivingInsider, DotProperty ฯลฯ)
ไม่ได้ฟรีเสมอไป 
หากต้องการให้คนเห็นเยอะๆ
เอเจนต์ต้องเสียเงินเพิ่ม
.
ค่าแพ็กเกจสมาชิกรายปี / รายเดือน
เพื่อให้ได้สิทธิ์ลงทรัพย์ได้หลายๆ รายการ
.
ค่าเครดิตดันประกาศ (Boost/Bump Post) 
คู่แข่งเยอะ ประกาศจะตกหน้าไวมาก
เอเจนต์จึงต้องเติมเงินซื้อเครดิต
มากด "ดันประกาศ" 
ให้กลับมาอยู่หน้าแรกทุกวัน
หรือทุกชั่วโมง
***ประเมินค่าใช้จ่าย: 1,500 - 5,000 บาท / เดือน***
.
.
.
2. ค่าโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย (Social Media Ads) 
สำหรับทรัพย์ที่ต้องการปิดดีลไว 
หรือโครงการใหม่ 
เอเจนต์ต้องนำทรัพย์มาทำการตลาดเชิงรุก
ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Facebook, TikTok หรือ Google
.
ค่าซื้อโฆษณา (ยิง Ads)
เพื่อเจาะจงกลุ่มเป้าหมายตามทำเล 
อายุ และความสนใจ 
(เฉลี่ยตั้งแต่งบวันละ 100 บาท ไปจนถึงวันละ 1,000+ บาท)
***ประเมินค่าใช้จ่าย: 3,000 - 15,000 บาท / เดือน***
.
.
.
3. ค่าการตลาดออฟไลน์ (Offline Marketing) 
แม้โลกจะไปออนไลน์ 
แต่ป้ายยังคงศักดิ์สิทธิ์เสมอ
โดยเฉพาะกับคนในพื้นที่
.
ค่าป้ายไวนิล (V-board)
สำหรับแขวนหน้าบ้านหรือหน้าคอนโด
.
ค่าป้ายกองโจร / ป้ายนำทาง
ป้ายตามเสาไฟฟ้า ปากซอย 
พร้อมอุปกรณ์ติดตั้ง (ลวด, เคเบิลไทร์) 
ซึ่งบางครั้งอาจโดนเทศกิจเก็บ 
ก็ต้องสั่งทำใหม่
***ประเมินค่าใช้จ่าย: 500 - 3,000 บาท / เดือน***
.
4. ค่าผลิตสื่อและสร้างภาพลักษณ์ทรัพย์ (Content Production) 
รูปถ่ายที่สวยงามคือด่านแรกที่ดึงดูดลูกค้า
.
อุปกรณ์และการจ้างงาน
หากถ่ายเองต้องมีกล้องเลนส์กว้าง (Wide-angle) 
หรือหากจ้างตากล้องมืออาชีพ / บินโดรนถ่ายทำเล / ทำคลิปวิดีโอ Home Tour
.
Prop จัดห้อง
ของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ 
เช่น แจกันดอกไม้ หมอนอิง ผ้าปูเตียง 
เพื่อจัดฉาก (Staging) ให้ห้อง
ดูมีชีวิตชีวาก่อนถ่ายรูป
***ประเมินค่าใช้จ่าย: 1,000 - 5,000 บาท / เดือน***
.
.
.
 สรุป: ปัจจุบัน 1 เดือน
เอเจนต์ต้องใช้เงินทำตลาดเท่าไหร่?
หากนำตัวเลขทั้งหมดมารวมกัน 
เราสามารถแบ่งเกณฑ์ค่าใช้จ่าย
ตามสเกลการทำงานได้ดังนี้
.
 ระดับมือใหม่ / ทำเป็นอาชีพเสริม (Part-time)
มีทรัพย์ในมือ 1-5 รายการ 
เน้นทำการตลาดช่องทางฟรี 
หรือดันโพสต์บนเว็บเล็กน้อย 
ถ่ายรูปด้วยมือถือตัวเอง
***งบประมาณเฉลี่ย: 2,000 - 5,000 บาท / เดือน***
.
 ระดับมืออาชีพ / ทำเต็มเวลา (Full-time)
มีทรัพย์ในมือ 20 - 50 รายการ 
ต้องซื้อแพ็กเกจเว็บลงประกาศแบบพรีเมียม 
มีการยิงแอด Facebook เลี้ยงโฆษณาไว้ทุกวัน 
และอัปเดตป้ายไวนิลเสมอ
***งบประมาณเฉลี่ย: 10,000 - 30,000 บาท / เดือน***

 ระดับตัวท็อป / เอเจนต์สาย Luxury 
ขายบ้านหรูระดับ 20-100 ล้านบาท 
ลูกค้ากลุ่มนี้ต้องการความพรีเมียม 
ต้องจ้างโปรดักชันถ่ายทำแบบภาพยนตร์
 ยิงแอดแบบเจาะลึก 
และลงสื่อสิ่งพิมพ์ระดับไฮเอนด์
***งบประมาณเฉลี่ย: 50,000 - 100,000+ บาท / เดือน***
.
การเป็นนายหน้าอสังหาฯ 
คือการทำธุรกิจส่วนตัวรูปแบบหนึ่ง 
.
งบการตลาดคือ "เงินลงทุน" 
ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เพื่อแลกกับโอกาส
ในการรับค่าคอมมิชชัน
หลักหมื่นหรือหลักแสน

.

ร่วมพูดคุยกันได้ที่
https://www.facebook.com/Ex.MatchingProperty/posts/pfbid0Fq1cbZuyMWknaLXbw6VjskshEVVLQFK5XZ29duCtDuJjCg3UvuEw3rrKpmtZENckl

บทความที่เกี่ยวข้อง (3)