บ้าน 3 ล้าน กับรถ 3 ล้าน ทำไมดอกเบี้ยและเวลาผ่อนต่างกัน

เงินต้นเท่ากัน ค่างวดใกล้กัน แต่ Flat Rate และลดต้นลดดอกให้ผลลัพธ์คนละแบบ

post date  โพสต์เมื่อ 21 มิ.ย. 2569   view 2192921
article

ถ้าเราซื้อบ้าน 3 ล้าน
กับซื้อรถยนต์ 3 ล้าน
ยอดเงินต้นเท่ากัน
ค่างวดต่อเดือน “ตั้งใจให้เท่ากัน”
.
คำถามคือ
หนี้ตัวไหนจะหมดก่อน
ดอกเบี้ยตัวไหนแรงกว่ากัน
.
คำตอบอยู่ที่
“วิธีคิดดอกเบี้ย”
ไม่ใช่จำนวนเงินที่ผ่อน
.
สินเชื่อรถยนต์ส่วนใหญ่
ใช้ดอกเบี้ยแบบ Flat Rate
2.99% ต่อปี
ฟังดูน้อย
แต่เป็นการคิดจาก “เงินต้นทั้งก้อน”
ตั้งแต่วันแรก
จนถึงงวดสุดท้าย
.
เงินต้นไม่ลด
ดอกเบี้ยไม่ลด
ผ่อนครบ 72 งวด
6 ปีเต็ม
ตามตารางเป๊ะ
ตัวอย่างที่ผมใช้
BMW Series 5 ปี 2020 (520d M Sport Pro)
ยอดจัดไฟแนนซ์ 3,020,000 บาท
.
ค่างวดประมาณ 49,548 บาท
ผ่อน 6 ปี (72 งวด)
ดอกเบี้ยรวม
ประมาณ 540,000 บาท
.
.
.
ส่วนดอกเบี้ยบ้าน ไม่ได้แพงอย่างที่กลัว
บ้านใช้ดอกเบี้ยแบบ “ลดต้นลดดอก”
เงินต้นลด
ดอกเบี้ยงวดถัดไปก็ลดตาม
.
สมมติยอดกู้เท่ากัน
3,020,000 บาท
กู้กับ ธอส.
.
ถ้าผ่อนให้ “ค่างวดเท่ารถ”
ประมาณ 49,547 บาทต่อเดือน
แม้ดอกเบี้ยเฉลี่ยจะดูสูงกว่า
4.67% ต่อปี (กรณีผ่อน 6 ปีเท่ากับงวดรถ)
.
แต่ผลลัพธ์คือ
ผ่อนหมดเร็วกว่า
เราจะปิดบ้านหมดภายใน
5 ปี 8 เดือน
เร็วกว่า “รถ” ประมาณ 4 เดือน
และดอกเบี้ยรวม
ประมาณ 200,000 บาท
.
แล้วถ้าผ่อนบ้านตามขั้นต่ำที่แบงก์บอกล่ะ?
ธนาคารมักตั้งค่างวดขั้นต่ำ
ประมาณ 6,000–7,000 บาทต่อ 1 ล้าน
.
ยอดนี้
บ้าน 3 ล้าน
ผ่อนราว 21,000 บาทต่อเดือน
.
ผลลัพธ์คือ
ใช้เวลา
18 ปี 7 เดือน
ดอกเบี้ยรวม
ประมาณ 1,600,000 บาท
.
สิ่งที่ตัวเลขกำลังบอกเรา
ดอกเบี้ยถึงแม้จะดูสูงกว่ารถ
แต่มันไม่ได้น่ากลัว
.
ระยะเวลา…ต่างหากที่กำลังสูบเงินเราไม่รู้ตัว
ถ้าเราผ่อนมากขึ้น
หนี้บ้านจะหมดเร็วขึ้นเป็น 10 ปี
.
ถ้าเราผ่อนยอดเท่ารถ
จากการที่ต้องผ่อน 20 ปี
จะเหลือไม่ถึง 6 ปี
.
.
.
ดังนั้นเมื่อรู้แบบนี้แล้ว
ผมจะให้ 3 ข้อคิดสำหรับคนกู้บ้าน
.
ข้อแรก
กู้ให้นานที่สุดที่ธนาคารอนุญาต
ไม่ใช่เพื่อผ่อนนาน
แต่เพื่อ “ลดภาระขั้นต่ำ”
กันบางเดือนต้องใช้เงินฉุกเฉิน
กันชีวิตสะดุด
.
ข้อสอง
โปะทันทีที่ไหว
ไม่ต้องรอเงินก้อน
แค่ผ่อนเกินขั้นต่ำ
เดือนละ 10%
เราจะปิดหนี้บ้านแบบ Fast Track
.
ข้อสาม
อย่าลืมรีไฟแนนซ์ทุก 3 ปี
เพราะดอกเบี้ยถูก
มีแค่ช่วงโปรโมชั่น 3 ปีแรก
.
หลังจากนั้น
จะอิงดอกเบี้ยจาก MRR
ซึ่งเป็นดอกเบี้ยจริง
.
สุดท้าย
บ้านไม่ใช่ภาระ
บ้านไม่ใช่หนี้ทั้งชีวิต
ถ้าเราเข้าใจเกมของมัน
.
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังผ่อนบ้าน
ผ่อนไปสักพักเริ่มเหนื่อย
อยากจะปิดจบ
แต่มันดูไกลเกินฝัน
เพราะผ่อนเท่าไหร่
ก็โดนแต่ดอกเบี้ย
.
ถ้าเราเดินเกมส์ถูกตั้งแต่วันนี้
การปิดจบหนี้บ้าน
ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม
.
สิ่งที่ปลอดภัยที่สุด
คือการรู้กำลังส่งของตัวเอง
ไม่ว่าจะหนี้บ้าน, หนี้รถหรือหนี้บัตรเครดิต
หนี้ทุกอย่างควรรวมกันไม่เกิน 50%
ของรายรับทั้งหมดในแต่ละเดือน
.
ยกตัวอย่างเช่น
เงินเดือน 50,000 บาท
ผ่อนล้านละ 7,000
หนี้บ้านจะต้องไม่เกิน 50%
(ยกเคสว่าไม่มีภาระหนี้อย่างอื่น)
.
กำลังการส่งงวดจะอยู่ที่ 3.5 ล้านบาท
(7,000x3)+3,500 = 24,500 บาท
คนส่วนใหญ่ก็จะซื้อบ้านที่ 3.5 ล้าน
พอผ่อนไปสักพัก เกิดปัญหาชีวิต
สุดท้ายส่งไม่ไหว
กลายเป็น NPL
และขายทอดตลาด
เครดิตบูโรเสียไปยาวๆ
.
ถ้าอยากส่งแบบสบายใจและปลอดภัย
ซื้อบ้านแค่ราคา 50% ของวงเงินสินเชื่อที่ได้
(3.5/2 = 1.75 ล้าน)
เพื่อจะได้มีแรงโปะจบไวๆ
ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยเยอะ
.
ให้ตัวเองได้มีช่องหายใจ
มีเงินเก็บไว้ไปใช้ในยามฉุกเฉิน
ไม่เครียด ไม่กดดันตัวเองจนเกินไป
จะได้มีชีวิตอยู่อย่างสบายใจ
ในระหว่างการส่งงวด
.
Cr : เฮียเอ สายเดต้า (ช่อง TT)
.
หมายเหตุ: ตัวเลขเป็นตัวอย่างเพื่ออธิบายหลักการ
อัตราจริงขึ้นอยู่กับสัญญา โปรโมชั่น ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขของผู้ให้สินเชื่อแต่ละแห่ง

.

ร่วมพูดคุยกันได้ที่
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10166836515378696&set=pb.665933695.-2207520000&type=3

บทความที่เกี่ยวข้อง (3)