WeChat ID :
จะด่าใคร
แต่ใช้คำว่า “นามสมมติ”
สรุปแล้วปลอดภัย
ไม่โดนอีกฝ่ายฟ้องจริงหรือไม่
.
ใคร ๆ ก็เคยมีโมเมนต์อยากนินทา
หรือพูดถึงใครสักคน
โดยไม่เอ่ยชื่อจริง
จึงตั้งชื่อแทนว่า “คุณ A”
“น้อง B”
หรือใช้ชื่อเล่นที่ดูเหมือนไม่ได้อ้างถึงใครโดยตรง
.
หลายคนเชื่อว่าวิธีนี้ปลอดภัย
เพราะเมื่อไม่เอ่ยชื่อจริง
ก็น่าจะไม่เข้าข่ายหมิ่นประมาท
แต่ในสายตาของกฎหมายไทย
นามสมมติไม่ได้ช่วยให้รอดเสมอไป
.
### กฎหมายไม่ได้พิจารณาเฉพาะชื่อที่ใช้
ตามหลักของประมวลกฎหมายอาญา
การหมิ่นประมาทคือการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม
โดยประการที่น่าจะทำให้บุคคลนั้น
เสียชื่อเสียง
ถูกดูหมิ่น
หรือถูกเกลียดชัง
หากเผยแพร่ผ่าน Facebook
YouTube
หรือสื่อออนไลน์ที่ประชาชนเข้าถึงได้
อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
ตามลักษณะและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
.
จุดสำคัญคือ
กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องเอ่ยชื่อจริงเท่านั้น
แม้ใช้ชื่อสมมติ
แต่หากข้อความ ภาพ หรือบริบท
ทำให้คนอ่านเชื่อมโยงและระบุตัวได้ว่าเป็นใคร
ผู้โพสต์ก็ยังมีความเสี่ยงทางกฎหมาย
.
### สิ่งที่ต้องระวังคือ “รายละเอียดที่ระบุตัวบุคคล”
สมมติว่ามีข้อความว่า
“เอเจนต์หนุ่มคนหนึ่ง
อายุประมาณ 40 ปี
เป็นเจ้าของบริษัทเอเจนต์แถวห้วยขวาง
ตอนนี้ติดหนี้ ติดยา และติดพนัน”
.
แม้ข้อความนี้ไม่ระบุชื่อ
แต่หากรายละเอียดแคบพอ
จนคนในวงการ
ลูกค้า
หรือคนรู้จัก
อ่านแล้วทราบทันทีว่าหมายถึงใคร
การใช้คำว่า “บุคคลสมมติ”
อาจไม่ช่วยลดความเสี่ยง
.
สิ่งที่กฎหมายพิจารณา
จึงไม่ใช่เพียงชื่อที่ถูกพิมพ์
แต่รวมถึงองค์ประกอบทั้งหมด
ที่ทำให้บุคคลหนึ่งถูกระบุตัว
และได้รับความเสียหาย
.
### เรื่องจริง ก็ไม่ได้หมายความว่าโพสต์ได้ทุกกรณี
อีกความเข้าใจหนึ่งคือ
“ถ้าสิ่งที่พูดเป็นเรื่องจริง
ก็ไม่มีทางผิด”
ความจริงมีผลต่อการต่อสู้คดี
แต่ไม่ควรถูกมองว่าเป็นใบอนุญาต
ให้เปิดเผยเรื่องส่วนตัวของคนอื่นได้ทุกเรื่อง
กฎหมายมีเงื่อนไข
ข้อยกเว้น
และรายละเอียดเกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ
จึงต้องพิจารณาเนื้อหา
เจตนา
บริบท
ผู้รับสาร
และพยานหลักฐานทั้งหมด
.
### “กฎหมายใหม่ห้ามใช้นามสมมติ” ไม่ใช่คำอธิบายที่ตรงนัก
กฎหมายไม่ได้เพิ่งสร้างความผิดขึ้นมา
เพราะมีการใช้นามสมมติ
แก่นของเรื่องยังเป็นหลักเดิม
คือหากข้อความทำให้บุคคลหนึ่งถูกระบุตัว
และมีลักษณะใส่ความจนเสียชื่อเสียง
การเปลี่ยนชื่อจริงเป็นชื่อสมมติ
ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงหายไป
.
### ก่อนโพสต์ ลองถามตัวเอง 3 ข้อ
1. คนในแวดวงอ่านแล้วรู้หรือไม่ว่าหมายถึงใคร
2. ข้อความนี้ทำให้บุคคลนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังหรือไม่
3. เรามีเหตุผล หลักฐาน และประโยชน์สาธารณะที่ชัดเจนเพียงพอหรือไม่
.
หากคำตอบข้อใดข้อหนึ่งยังไม่ชัด
การหยุดโพสต์
หรือนำข้อมูลไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายก่อน
อาจมีต้นทุนน้อยกว่าการไปอธิบายในศาล
.
ข้อควรจำคือ
“นามสมมติ”
ไม่ใช่เกราะกำบังทางกฎหมาย
หากถ้อยคำของเราพุ่งเป้าไปที่บุคคลหนึ่ง
จนคนทั่วไปตีความออกว่าเป็นใคร
ความเสี่ยงก็ยังคงอยู่
.
หมายเหตุ: บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของแต่ละกรณี