บทเรียนปี 2025: AI อสังหาริมทรัพย์ และแผนเอาตัวรอดปี 2026

หนึ่งปีแห่งการใช้ AI สร้างผลงาน อ่านเกมตลาด และวางธุรกิจให้รอดในเศรษฐกิจที่ไม่ง่าย

post date  โพสต์เมื่อ 19 ธ.ค. 2568   view 66677
article

RECAP 2025
เป็นปีแห่ง AI และพลิกทุกตำราเพื่อเอาชีวิตรอด
.
ปีนี้คือปีที่ผมใช้ AI อย่างจริงจัง
ไม่ใช่แค่ลองจับ
ไม่ใช่แค่เล่นไปวันๆ
แต่ใช้มันเป็นเครื่องมือทำงานจริง

.

ผมใช้ AI เขียนบทความ
สร้างภาพ สร้างวิดีโอ สร้างเสียง
และเอามันมาเชื่อม
กับงานขายอสังหาริมทรัพย์ในหลายมิติ
.
จนรู้สึกได้ชัดว่า
ในยุคนี้ คน 1 คน
สามารถสร้างผลงานได้มากกว่าที่เคยเป็นมา
ถ้าได้เรียนรู้และเข้าใจวิธีใช้มันจริงๆ

.

สิ่งที่ผมโม้ได้เต็มปาก
คือการตั้งเป้าเขียนบทความเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์
การเงิน ภาษี และบทความที่เป็นความรู้
ตั้งไว้ที่ 200 บทความ

.
ไม่ใช่แคปชั่น 5–6 บรรทัด
แต่เป็นบทความจริง
ที่ต้องเกิดจากการคิด ต้องวิเคราะห์
และต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหา

ซึ่งในเกณฑ์ที่ตั้งไว้

เฉลี่ยแล้ว ทุกๆ 2 วัน
ต้องมีบทความโผล่ออกมา 1 บทความ
.

ถือว่าเป็นสิ่งโหด กดดัน เป็นไปได้ยาก
เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะทำได้ต่อเนื่อง
ด้วยคนๆเดียว
เพราะใช้ชีวิตประจำวัน
ก็แทบจะหมดเวลาหายใจแล้ว
แต่สุดท้าย
ผมกลับทำมันได้สำเร็จ
ปิดจบด้วย 222 บทความ

.

ตรงนี้เอง
ที่ทำให้ผมเห็นชัดมากว่า
AI ไม่ได้มาแทนคน
แต่มา “ส่งพลัง” ให้คน
มันช่วยลดระยะเวลา
เพิ่ม productivity
ลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก
และลดต้นทุนในการสร้างงานอย่างมหาศาล

.
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้
ถ้าคนใช้มันเป็น
และเปิดใจที่จะเรียนรู้มันอย่างจริงจัง

.

ปีนี้ ผมได้เปิดคอร์สใหญ่ๆอยู่ 2 คอร์ส
คอร์ส “ปิดการขายอสังหาฯด้วย AI”
และคอร์ส “กฎหมายเช่าอสังหาฯ”
ซึ่งผลตอบรับออกมาดีเกินคาด
ผู้เรียนหลายคนมีความเข้าใจอย่างแท้จริง
ระหว่างเรียนไม่มีสีหน้าง่วงกันเลย
.

หลักคิดการเปิดคอร์สของผมมีอยู่อย่างเดียว
“กูจะไม่เปิดสอนคอร์สอะไร
ถ้ากูยังไม่มั่นใจว่า
สามารถตอบนักเรียนได้ทุกคำถาม”
.

วิธีคิดเนื้อหาคอร์สต้องมีลำดับขั้นตอน
เหมือนผมกำลังเล่าเรื่องอะไรสักเรื่อง
โดยศาสตร์การสอนผสมกับ Storytelling
ไม่เป็นการสอนเชิงวิชาการมากเกินไป
.
เพื่อให้ใครเรียนแล้วต้องเข้าใจ
ต่อให้เป็นคนที่โง่ที่สุดในโลก
ก็ต้องเข้าใจ
และผมต้องพร้อมตอบทุกคำถาม
พร้อมช่วยทุกเคส
ไม่มีคำว่า “ไปหาคำตอบเอาเอง”
.

มาเรื่องภาพรวมตลาดอสังหากันบ้าง
ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่โหดร้ายปีนี้
สำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์ในทุกมิติ
ไม่ว่าจะตั้งแต่เอเจ้นท์ยัน Developer
หลายคนทำงานหนักขึ้น
แต่รายได้กลับลดลง
เพราะไม่รู้ทิศทางตลาด
ไม่รู้ว่ากำลังวิ่งไปไหน
.

ผมเขียนบทความไว้หลายตัว
เกี่ยวกับเหตุการณ์ในปัจจุบัน, ความเสี่ยง, สิ่งที่ควรตระหนัก
และเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
.
ทุกบทความไม่ได้มาจากจินตนาการ
แต่มาจากการเสพข้อมูลจำนวนมหาศาลในแต่ละวัน
ทั้งระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ
และระดับโลก
ที่ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจไทย
และอุตสาหกรรมอสังหาฯบ้านผม

.

นั่นทำให้ผมเตรียมตัวได้ก่อนเสมอ
จังหวะไหนควรเน้นขาย
จังหวะไหนควรหันไปโฟกัสเช่า
จังหวะไหนควรเล่นบ้าน
จังหวะไหนควรเล่นที่ดิน
ทั้งหมดนี้
ผมสามารถคาดเดาได้ก่อนที่มันจะเกิดขึ้นจริง

.

ดังนั้น
เวลามีชาวเน็ตมาแซะ
บอกว่าเป็นแค่การวิเคราะห์มั่ว
ทำตัวเป็นหมอดู

.
ถ้าพวกคุณย้อนกลับไปอ่านบทความเก่าๆ
คุณจะเห็นว่า
ทุกอย่างที่ผมเคยเตือนไว้
มันเกิดขึ้นจริงทุกเรื่อง

.

ถามว่าปีหน้าจะเป็นอย่างไร
คำตอบคือ “ยังไม่ดีขึ้น”
และอาจจะแย่ลงด้วยซ้ำ

.

ด้วยความที่การเมืองยังไม่นิ่ง
นักการเมืองยังเห็นแก่อำนาจและพวกพ้อง
มากกว่าประชาชน
มีสงคราม
เป็นศูนย์กลาง scammer
มีข่าวลือเรื่องการลักพาตัว
คอร์รัปชัน
และคนในชาติพร้อมจะทำลายกันเอง

.

ในสายตานักลงทุน
ประเทศไทยยังไม่ใช่ประเทศที่เซ็กซี่
ไม่น่าลงทุน ไม่น่าท่องเที่ยว
และยังไม่มีเหตุผลมากพอ
ให้เข้ามาทำอะไรจริงจัง
ถ้าภาพรวมยังเป็นแบบนี้
ประเทศผมจะซึมยาว

.

ตลอดทั้งปี
เงินในกระเป๋าคนจำนวนมากลดลง
นายทุนไทยที่เคยเงินถุงเงินถัง
ก็เหลือแค่คำปฏิเสธอย่างสุภาพ
นายทุนต่างชาติ
ก็ขอย้ายไปลงทุนประเทศอื่นพลางๆ
.

ตรงนี้เอง
ที่ทำให้ผมเริ่มคิดใหม่
คนที่ควรทำงานด้วยในตอนนี้
ไม่ใช่เอกชน
ทั้งแบบบุคคลและบริษัท
ถึงแม้ว่าเค้ายังสามารถใช้เงินได้ตลอดชาติ
แต่ความรู้สึกกับเงินในมือของพวกเขา
เริ่มอยากจำกัดมันแล้ว
.

แล้วใครล่ะ ? ที่ยังมีเงินอยู่มาก
ในสภาวะเศรษฐกิจถดถอยแบบนี้
คำตอบคือ “ธนาคาร”
ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถาบันการเงิน
เป็นแหล่งเงินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

.
ผมไปเรียนวิชาแก้หนี้กับพี่น้อย
และการเงิน, สภาพคล่องทางการเงินของธุรกิจกับพี่ตู้
เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสภาพของคนเป็นหนี้
ทั้งหนี้บุคคล หนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อที่อยู่อาศัย
ลองเล่นเอง ติดบูโรเอง เจ็บเอง
ลองใช้วิชาที่ได้ร่ำเรียนมา
จนสามารถปลดหนี้ในระบบได้หมด

.
มันยิ่งตอกย้ำความคิดว่า
ปีหน้า
ผมต้องทำงานร่วมกับสถาบันการเงินให้มากขึ้น
ปี 2569 จะเป็นยุคทองของคนที่เข้าใจมุมมอง
และวิธีคิดของธนาคาร
.

ผมเริ่มลงลึกเรื่องบัญชี
การเงิน ภาษี
และนโยบายของ ธปท ที่เกี่ยวข้อง
และเงื่อนไขของธนาคาร
จนเกิดเป็นบทบาทใหม่ที่เรียกว่า
Business Financial Consultant
เพิ่มมาเป็นอีกหนึ่งสาขาอาชีพ
และยังสามารถใช้ร่วมกับอสังหาได้อย่างดีอีกด้วย
.
ถึงแม้ว่าต้นปีเกิดการสะดุดสภาพคล่องช่วงนึง
แต่ผมวางแผนการเงินบริษัทอย่างเป็นระบบ
เพราะเริ่มรู้ชัดว่า
ปีถัดไปจะเล่นตลาดไหน
จนทำให้ปีนี้
ผมจะปิดงบบริษัท
จนมีวงเงินสินเชื่อหลายสิบล้าน
และจะเพิ่มเป็นร้อยล้านในกลางเดือนหน้า
.
ผมจะใช้เครดิตที่สร้างมา
จะสามารถทำรายได้ขึ้นมา
ตอนนี้ผมไม่ได้มองธนาคารเป็นเจ้าหนี้
แต่ผมมองธนาคารเป็นเครื่องมือการหาเงินของผม
.

ทั้งหมดนี้
ไม่ใช่เพราะผมเก่งกว่าใคร
แต่เพราะผมไม่ได้เล่นอสังหาฯ แบบคนทั่วไป
ผมรู้วิธีเอาศาสตร์หลายแขนง
มาผสมกัน
เล่นแร่แปรธาตุ
จับแพะชนแกะ
จนมันกลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง
และมีรายได้ที่พอจะรอดจากวิกฤติเศรษฐกิจตรงนี้ไปได้
.

แผนปีหน้า
คือการใช้เครดิตที่ตัวเองมี
ขยับ division
ขึ้นไปเป็นฝั่งนายทุน
ไม่ว่าจะเป็น จำนอง/ขายฝาก
NPL/NPA, รีโนเวท, ผู้รับเหมา
รวมถึงการปลดหนี้ให้กับคนเป็นหนี้
.
เพื่อให้ตัวผมและทีมงาน
มีงาน มีรายได้
และยืนสวนตลาดได้อย่างมั่นคง
.
เป็นปีที่ได้ออก Channel รายการใหญ่ๆ
อย่าง NationTV และ The Standard
ในประเด็นของอสังหาที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในตอนนั้น
ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Airbnb, กฏหมายภาคอสังหาฯ
พรบ การซื้อขายดาวน์อสังหาฯ
รวมถึงการผลักดัน พรบ นายหน้าอสังหาฯ
.
เหมือนเอาขาข้างนึงเข้าไปอยู่ในการเมือง
แต่คงไม่ได้หวังเรื่องตำแหน่งอะไร
เป็นที่ปรึกษาและผู้ให้ข้อมูลในภาคประชาชน
ถือเป็นสิ่งที่วิญญูชนพึงควรจะทำ
เพื่อให้ประเทศชาติมันดีขึ้นมาบ้าง
แต่ก็ได้เพียงหวังเล็กๆ
เพราะการเมืองมันดูเป็นมิติลึกลับซับซ้อน
เกินมาที่เราจะเข้าไปยุ่งกับมัน
.
ต้องขอขอบคุณคุณปูน เพจพ่อบ้านใจกล้า
ที่เป็นพ่อดันให้เรามีโอกาส
ได้ไปให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์
กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
และทำให้ผมได้รู้ขอบเขตหน้าที่
และวิธีการทำงานของหน่วยงานรัฐ
ว่าเป็นไปเช่นไร (เห็นละเหนื่อย)
.

และทั้งหมดนี้
จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย
ถ้าไม่มีหลังบ้านที่ทรงพลัง
.
ขอขอบคุณ
คุณนาตยา โลมาน้อย
AKA : ผู้จัดการแสนน่ารักของผม
ที่ทำให้ผมมีเวลาสร้างผลงาน
ได้ลอง ได้คิด ได้เขียน ได้ลงสนาม
และได้ปั่นป่วนวงการ
อย่างเต็มที่ตลอดปีนี้
.
ขอบคุณทุกคน
ที่ยังคงติดตามผลงานการเขียน
ปีหน้าอาจจะมีในลักษณะเป็นคลิปหรือ Reel มากขึ้น
เพราะหลายคนอยากให้ผมออกมาทำอะไรแบบนี้
แต่ที่ยังไม่ทำ
เพราะมีหลายสิ่งที่ต้องจัดการมันก่อน
.
ขอบคุณพี่น้องๆ
ที่ยังเป็นกัลยาณมิตรที่ดี คอยช่วยเหลือ คอยแจ้งข่าว
เพื่อช่วยกันทำให้สังคมดีขึ้นเสมอมา
.
ปีหน้าอาจยังไม่ใช่ปีที่ดีของใครหลายๆคน
แต่ขอให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างมีสติ
ทำปัจจุบันให้ดี
และอย่าลืมวางแผนให้กับอนาคตด้วย
.
รักนะ จุ๊บ
ลาก่อนปี 2025
สวัสดีปีใหม่ 2026

บทความที่เกี่ยวข้อง (3)