WeChat ID :
หมดสัญญาเช่าเดิมแล้ว
แต่ยังคงเช่าอยู่แบบไม่มีสัญญา
มันดีกว่าแบบต่อสัญญาหรือไม่
ใครได้ ใครเสีย?
.
เคสนี้เป็นเคสของนักเรียนถามมา
กรณีนี้เป็นการต่อสัญญาแบบ Classic
ที่ผู้เช่าเองไม่อยากผู้มัด
ในระยะเวลาเช่าของปีถัดไป
.
เจ้าของเองก็ง่ายๆสบายๆ
ขอแค่ผู้เช่าส่งค่าเช่าทุกเดือนก็พอ
.
ทุกอย่างดูเหมือนจะไม่มีอะไร
แต่พอมีปัญหาขึ้นมา
อยากให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้รู้ไว้
ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
.
ยกตัวอย่าง
ผู้ให้เช่า / ผู้เช่า
ทำสัญญาเช่าบ้าน 1 ปี
เมื่อครบกำหนดแล้ว
ไม่มีการต่อสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร
แต่ผู้เช่ายังอาศัยอยู่เหมือนเดิม
และผู้ให้เช่าก็ไม่คัดค้าน
.
กรณีนี้
โดยหลักกฎหมายไทยจะมองว่า
การเช่า “ต่อเนื่องไป”
แต่เปลี่ยนสถานะเป็นสัญญาเช่า
แบบไม่มีกำหนดเวลา (เช่ารายเดือน)
อ้างอิงตามรอบการจ่ายค่าเช่าเดิม
(ถ้าจ่ายทุกเดือน ก็มองเป็นเช่ารายเดือน)
.
ผลคือ
ทั้งสองฝ่ายยังมี “สัญญาเช่า” อยู่
แต่เงื่อนไขหลายอย่าง
จะไม่เหมือนสัญญารายปีที่เคยเซ็น
จากตรงนี้ค่อยแยกดูทีละฝั่ง
ว่าใครได้เปรียบ–เสียเปรียบอย่างไร
.
ได้เปรียบในเชิงกฎหมาย
แต่ต้องระวังการใช้อำนาจ
.
จุดที่ผู้ให้เช่าได้เปรียบ
1.บอกเลิกสัญญาได้ง่ายขึ้น
จากเดิมสัญญารายปีต้องรอครบกำหนด
พอเปลี่ยนเป็นสัญญาไม่มีกำหนด
ผู้ให้เช่าสามารถบอกเลิกได้
โดยแจ้งล่วงหน้าตามรอบค่าเช่า (ส่วนใหญ่คือ 1 เดือน)
ไม่ต้องมีเหตุพิเศษ เช่น ทำผิดสัญญาร้ายแรง
.
2.มีสิทธิปรับค่าเช่าได้ (แต่ต้องแจ้งล่วงหน้า)
เพราะไม่มีสัญญารายปีที่ล็อกตัวเลขไว้
หากต้องการปรับขึ้นค่าเช่า
สามารถแจ้งล่วงหน้าให้มีผลในรอบถัดไปได้
จะปรับทุกเดือนเลยก็ย่อมได้
ผู้เช่ามีทางเลือกแค่ “ยอมรับ” หรือ “ย้ายออก”
.
3.มีฐานในการฟ้องขับไล่
หากผู้เช่าทำผิดเงื่อนไขสำคัญ
เช่น ค้างค่าเช่า ไม่ชำระตามกำหนด
หรือใช้ทรัพย์ผิดประเภท
กฎหมายยังคงให้อำนาจผู้ให้เช่า
ใช้สิทธิฟ้องขับไล่ได้
.
จุดที่ผู้ให้เช่าต้องระวัง
1.เข้าใจผิดว่าหมดสัญญาแล้ว
“จะให้ย้ายวันไหนก็ได้”
.
ความจริงคือ
เมื่อปล่อยให้ผู้เช่าอยู่ต่อโดยไม่คัดค้าน
ผู้ให้เช่าต้องเล่นตามกติกาของ
“สัญญาไม่มีกำหนดเวลา”
จะบอกเลิกต้องแจ้งล่วงหน้าตามรอบค่าเช่า
ไม่ใช่สั่งออกทันที
.
2.เรื่องการเข้าบ้าน–ตรวจบ้าน
ถึงจะเป็นเจ้าของ
แต่การจะเข้าบ้านที่มีผู้เช่าอยู่
ต้องมีการขออนุญาตหรือแจ้งล่วงหน้า
การเข้าไปเองโดยพลการ
เสี่ยงถูกมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิผู้เช่า
.
3.ถ้าไม่มีหลักฐานสภาพบ้านก่อน–หลัง
หรือข้อตกลงกันไว้ชัดเจน
เวลาเกิดข้อพิพาทเรื่องความเสียหาย
การหักเงินประกัน หรือการฟ้องร้อง
ผู้ให้เช่าอาจพิสูจน์ได้ยากกว่าที่คิด
แม้จะเป็นเจ้าของทรัพย์สินก็ตาม
.
อยู่ต่อได้
แต่ขาดความมั่นคงระยะยาว
.
จุดที่ผู้เช่าได้เปรียบ
1.ย้ายออกได้ยืดหยุ่น
ไม่ถูกผูกมัดด้วยสัญญารายปี
หากต้องการย้าย
สามารถแจ้งเลิกสัญญาล่วงหน้า 1 รอบค่าเช่า
(เช่น 30 วัน)
แล้วออกได้โดยไม่ผิดสัญญา
.
2.ปฏิเสธการขึ้นค่าเช่าที่ไม่เหมาะสมได้
หากผู้ให้เช่าปรับค่าเช่าขึ้นในระดับที่ผู้เช่ารับไม่ได้
ผู้เช่ามีสิทธิเลือก “ไม่ต่อ”
และย้ายออกตามกรอบเวลาแจ้งล่วงหน้า
.
3.ไม่ถูกไล่ออกทันทีโดยไม่แจ้งล่วงหน้า
ผู้ให้เช่าไม่มีสิทธิสั่งให้ออก “เดี๋ยวนี้”
ต้องแจ้งล่วงหน้าเช่นเดียวกับฝั่งผู้เช่า
.
จุดที่ผู้เช่าเสียเปรียบ
1.ความมั่นคงในการอยู่อาศัยลดลงอย่างชัดเจน
ผู้ให้เช่าสามารถบอกเลิกสัญญาเมื่อไรก็ได้
เพียงแจ้งล่วงหน้าตามระยะที่กฎหมายใช้
ผู้เช่าไม่สามารถยก “สัญญารายปี”
มาอ้างเพื่อขออยู่ต่อได้
.
2.เสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข
ทั้งค่าเช่า และกติกาอื่น ๆ (ในทางปฏิบัติ)
สามารถถูกเสนอให้เปลี่ยนได้ง่ายกว่าเดิม
คนที่ไม่มีเอกสารหรือข้อความคุยกันชัดเจน
มักเสียเปรียบเวลามีข้อพิพาท
.
3.การขอคืนเงินประกันอาจเหนื่อยขึ้น
ถ้าไม่มีสัญญาฉบับล่าสุด
หรือไม่มีการระบุสภาพบ้าน–เงื่อนไขชัดเจน
ผู้ให้เช่าอาจอ้างความเสียหาย
หรือภาระบางอย่างเพิ่ม
และผู้เช่าต้องใช้เวลา
และหาหลักฐานเพื่อโต้แย้ง
.
สรุป!!!
ใครได้เปรียบที่สุดในสถานการณ์นี้?
มองตามโครงกฎหมายล้วน ๆ
ผู้ให้เช่าได้เปรียบเรื่อง “อำนาจตัดสินใจ” มากกว่า
ผู้เช่าได้เปรียบเรื่อง “ความยืดหยุ่น” ในการย้ายออก
.
แต่ในโลกความเป็นจริง
ฝ่ายที่ได้เปรียบที่สุด
คือฝ่ายที่มีหลักฐานครบและเข้าใจกติกา
ไม่ว่าจะเป็น
ข้อความแชท
หลักฐานการจ่ายค่าเช่า
ภาพถ่ายสภาพบ้านก่อนเข้า–ก่อนออก
เอกสารตกลงเรื่องการซ่อมแซม/รับผิดชอบ
.
ซึ่งถ้าจะให้แนะนำจริงๆ
ถ้าเป็นผู้ให้เช่า
ควรทำสัญญาฉบับใหม่ทุกครั้งเมื่อครบกำหนดปี
ระบุชัดเจนเรื่องอายุสัญญา เงื่อนไขต่อสัญญา
ค่าเช่าใหม่ และวิธีการบอกเลิก
.
ถ้าเป็นผู้เช่า
ขอสำเนาสัญญา / หนังสือยืนยัน / ข้อความตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร
ไม่อยู่กันด้วย “ความเข้าใจปากเปล่า”
เก็บหลักฐานการโอนค่าเช่า และสภาพบ้านตลอดระยะเช่า
.
ถ้าในวันนี้ทั้งสองฝ่ายยังคุยกันรู้เรื่อง
นี่คือจังหวะที่ดีที่สุดในการ
“จัดระเบียบสัญญาปีที่2”
ให้ชัดเจนตั้งแต่ตอนนี้
ก่อนจะมีเหตุขัดแย้งในอนาคต
ที่ต้องไปเจอกันอีกที
บนโต๊ะเจรจาหรือในศาล
.
นี่คือ 1 ใน 39 เคส
ที่มีอยู่ในเนื้อหาการสอน
“กฎหมายเช่าอสังหาฯ”
ตอนนี้กำลังเปิดรุ่น 2
.
ใครที่ยังปวดหัวกับปัญหาการปล่อยเช่า
แนะนำให้ลงเรียน
แล้วจะตรัสรู้ทั้งหมด
ในการสอนเพียงครั้งเดียว
.
สนใจเรียนดูในคอมเม้นท์ได้เลย
เหลืออีก 10 ที่นั่ง
สอนอาทิตย์หน้าแล้วจ้า (23 พฤศจิกายน)
.
ร่วมพูดคุยกันได้ที่