ขอบสนามไม่ใช่ที่นั่งเล่น | มารยาทผู้ชมที่ฟุตบอลไทยต้องเข้าใจ

เพราะมารยาทของผู้ชม คือจุดเริ่มต้นของเกมฟุตบอลที่สง่างาม

post date  โพสต์เมื่อ 19 พ.ย. 2568   view 44944
article

“ขอบสนามไม่ใช่ที่นั่งเล่น”

ฟุตบอลคือเกมที่สร้างเสียงหัวเราะ

ความดีใจ ความหวัง

และบางครั้งก็สร้างน้ำตา

แต่น่าเศร้า

สิ่งทีถูกมองข้ามที่สุดในแมทช์นี้คือ

“มารยาทของผู้ชม”

.

ในรอบชิงของ อบจ.ชัยนาท และ หมอนทองวิทยา

ภาพที่ผู้คนหลั่งไหลลงไปนั่งจนถึง “พื้นที่สนามหญ้า”

คือสัญญาณเตือนชัดเจนว่า

วัฒนธรรมการเชียร์ของเรา

ยังไม่เจริญเท่าที่ควรจะเป็น

.

สนามฟุตบอลไม่ได้ตีเส้นไว้เพื่อความสวยงาม

เส้นนั้นคือขอบเขตแห่ง “ความปลอดภัย” ของผู้เล่น

เมื่อผู้ชมเข้าไปนั่งหรือยืนถึงขอบสนาม

โดยเฉพาะในสนามที่ไม่มีแนวกั้น

.

นักฟุตบอลที่วิ่งพุ่งมาด้วยความเร็วสูง

อาจหลุดออกเส้นสนามได้ทุกเมื่อ

หรือการเตะลูกฟุตบอลเต็มแรง

จนทำให้กล้องข้างสนามเสียหายก็มีอยู่บ่อยครั้ง

.

ในกระแสที่หมอนทอง Fever

อาจทำให้ผู้ชมบางคนอิน

อยากให้ทีมเชียร์ของตัวเองได้ชัยชนะ

จนอาจเกิดเหตุที่ไม่คาดคิด

.

ถ้าคนรักษาความปลอดภัยช้าเพียงหนึ่งก้าว

อาจเกิดอุบัติเหตุที่ไม่มีใครตั้งใจ

.

“สนามคือพื้นที่ของผู้เล่น ไม่ใช่ที่นั่งของผู้ชม”

นี่คือกติกาสากลของฟุตบอลทุกระดับ

ตั้งแต่ฟีฟ่า พรีเมียร์ลีค

ไปจนถึงระดับโรงเรียน

.

มาตรฐานสากล เช่น

FIFA Stadium Safety and Security Regulations (2022)

และ UEFA Stadium Code of Conduct

ได้กำหนดไว้ชัดว่า

.

1.ผู้ชมทุกคนต้องอยู่ในพื้นที่ที่จัดไว้เท่านั้น

ห้ามลงไปในพื้นที่แข่งขัน

หรือเดินเข้าเขตหญ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

.

2ห้ามสัมผัสนักกีฬา เจ้าหน้าที่ หรืออุปกรณ์ในสนาม

ไม่ว่าจะเพื่อทักทาย ถ่ายรูป หรือส่งของ

.

3.ห้ามขว้างปาสิ่งของ จุดพลุ หรือทำการใดที่อาจเป็นอันตราย

เพราะฟุตบอลไม่ใช่เวทีของความคึกคะนอง

.

4.ให้เกียรติคู่แข่งและกรรมการ

เสียงเชียร์ไม่ควรกลายเป็นเสียงด่า เสียงโห่ หรือถ้อยคำเหยียดหยาม

.

5.ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าหน้าที่สนามทันทีเมื่อมีประกาศ

ไม่อ้างสิทธิ์เป็นคนในพื้นที่

หรือขอมาดูใกล้ ๆ

.

กติกาเหล่านี้มีไว้เพื่อรักษา “ศักดิ์ศรีของเกมกีฬา”

ฟุตบอลทุกนัดที่สง่างาม เริ่มต้นจาก “ผู้ชมที่มีมารยาท”

.

.

.

การปล่อยให้ผู้คนเข้าไปนั่งถึงขอบสนาม

อาจดูเล็กน้อย หยวนๆกันไป

แต่ในโลกของการดูแลสนาม

มันคือความเสียหายที่นับเป็นเงินหลายบาท

.

สนามหญ้าธรรมชาติ

มีค่าดูแลเฉลี่ย 7–10 แสนบาทต่อปี

รวมถึงค่าน้ำ ปุ๋ย ตัดหญ้า และการบำรุงผิวดิน

.

สนามหญ้าเทียมมีค่าบำรุงเฉลี่ย 2–5 แสนบาทต่อปี

เพราะต้องดูแล infill

และซ่อมจุดที่ถูกเหยียบจนแน่นเกินไป

.

ผู้เชี่ยวชาญด้านสนามในต่างประเทศระบุว่า

“ทุกครั้งที่คนเดินเหยียบหญ้าโดยไม่ใช่ผู้เล่น จะทำให้ต้องซ่อมซ้ำจุดนั้นใน 24–48 ชั่วโมง”

.

พูดง่าย ๆ

คนดูเพียง 10 คนที่เดินเข้าไปในสนาม 1 ครั้ง

อาจทำให้ต้องเสียค่าฟื้นฟูหลายพันบาท

และหญ้าต้องพักยาวเป็นสัปดาห์

.

หากเรายังอยากให้ฟุตบอลไทยเติบโต

ตัวเจ้าหน้าที่และผู้จัดเอง

ก็ต้องมีการจัดการที่ดี

.

และฟุตบอลไทยจะเติบโตได้

ถ้าผู้ชมเข้าใจว่า

“เสียงเชียร์ที่ดีที่สุด ไม่ต้องตะโกนใกล้ขอบสนาม

แต่ต้องมาจากใจ ที่รู้ว่าควรยืนอยู่ตรงไหน”

.

โชคดีที่วันนี้ไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น

แต่ต้องรอให้วัวหายแล้วค่อยล้อมคอกรึเปล่า

ถึงจะตระหนักถึงเรื่องนี้

.

ร่วมพูดคุยกันได้ที่

https://www.facebook.com/Ex.MatchingProperty/posts/pfbid02K4zVhJcHwETEXAwxmE1i6KTnmtqJg5CXQH8YhZT5tNgeZcDvvXXxarNRE9C1MYchl

บทความที่เกี่ยวข้อง (3)