โลกนี้ต้องการคนจน: กลไกของระบบทุนที่ไม่มีวันหายไป

เพราะความเหลื่อมล้ำไม่ใช่ความบังเอิญ แต่มันคือกลยุทธ์ที่ทำให้ระบบทุนอยู่รอด

post date  โพสต์เมื่อ 19 พ.ย. 2568   view 18134
article

ตอนผมได้ยินประโยคนี้ครั้งแรก

เหมือนฟังดูโหดร้าย ดูเหยียดชนชั้น

แต่เมื่อพิจารณาอย่างละเอียดแล้ว

ก็เป็นจริงเกินกว่าจะปฏิเสธได้

.

ถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้

เทรนจะถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี

แต่ในอีกด้านนึง

ก็ขับเคลื่อนด้วยแรงของคนที่ไม่มีทางเลือก

.

ในทุกอาณาจักรของเศรษฐี

มีฐานรากที่สร้างจากเหงื่อของคนตัวเล็ก

คนที่ตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง

เพื่อขึ้นรถเมล์ที่แน่นอัดไปถึงที่ทำงาน

คนที่ยอมทำ OT โดยไม่บ่น

เพื่อให้เงินเดือนชนเดือนนั้นพอเลี้ยงลูก

คนที่ไม่เคยมีโอกาสเลือกในสิ่งที่ตัวเองอยากเป็น

เพราะต้องยืนอยู่ในสิ่งที่ “จำเป็นต้องทำ”

.

นั่นแหละ...ทรัพยากรที่แท้จริงของระบบทุน

เพราะตราบใดที่ยังมีคนจน

โลกของคนรวยก็ยังมีแรงขับเคลื่อน

ธุรกิจยังหมุน โรงงานยังเดิน ระบบยังทำงาน

.

คนรวยไม่ได้ต้องการแค่เงิน

แต่ต้องการช่องว่างระหว่างชนชั้น

คนจนคือแรงงานราคาถูก

คนจนคือฐานผู้บริโภคที่ไม่กล้าเรียกร้อง

คนจนคือคนที่พร้อมจะเชื่อในความหวัง

ที่ถูกตลาดสร้างขึ้น

.

จึงไม่แปลกที่หลายประเทศในโลกนี้

พัฒนาเทคโนโลยีได้เร็ว

แต่ไม่เคยพัฒนาความเท่าเทียมได้เลย

เพราะความเหลื่อมล้ำ

คือเครื่องยนต์ของความมั่งคั่ง

.

บริษัทใหญ่ต้องการแรงงาน

ที่ยอมทำงาน 12 ชั่วโมง

นักลงทุนต้องการคนเช่า

ที่ไม่เคยมีเงินจะซื้อบ้าน

ธนาคารต้องการลูกหนี้

ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยตลอดชีวิต

และระบบทั้งหมด...

ต้องการ “คนจน” เพื่อคงอยู่

.

ในขณะที่คนจนถูกสอนให้ทำงานหนัก

คนรวยถูกสอนให้ใช้คนทำงานแทน

นี่คือจุดต่างระหว่าง “ผู้ใช้แรง” กับ “ผู้ใช้ระบบ”

.

คนรวยไม่ได้เหนื่อยน้อยกว่า

เพราะเขาขี้เกียจ

แต่เพราะเขารู้ว่าความเหนื่อย

ไม่ใช่กลไกของความมั่งคั่ง

#ระบบต่างหากที่เป็น

.

เขาจึงลงทุนในสิ่งที่คนอื่นต้องทำ

สร้างแพลตฟอร์มให้คนจนเข้ามาแย่งกันทำงาน

สร้างโครงการให้คนจนผ่อนซื้อฝัน

สร้างโฆษณาและคำเชื่อ

ให้คนจนอยากเป็นเหมือนเขา

.

และเมื่อทุกคนในล่างสุดของพีระมิด

แข่งขันกันเพื่อไต่ขึ้น

คนบนยอดพีระมิดก็เพียงแค่นั่งเก็บผลประโยชน์

จากแรงกระเพื่อมของความหวัง

.

โลกไม่ต้องการให้ทุกคนรวยเท่ากัน

เพราะระบบไม่รอดถ้าไม่มีคนจน

.

ลองคิดดู…

ถ้าทุกคนหยุดเป็นลูกจ้าง

แล้วอยากเป็นนายตัวเองหมด

ใครจะเป็นคนผลิต ใครจะเป็นคนขับ

ใครจะเป็นคนส่ง ใครจะเป็นคนแบก?

ถ้าทุกคนมีอิสรภาพทางการเงิน

ใครจะยอมทำงานขั้นต่ำ?

.

เศรษฐกิจไม่สามารถยืนอยู่ได้ด้วย “คนรวยทั้งหมด”

เหมือนห้างที่ไม่มีพนักงาน

หรือโรงงานที่ไม่มีลูกจ้างแรงงาน

.

ดังนั้น การคงไว้ซึ่งความจน

ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ

แต่มันคือกลยุทธ์

ที่ถูกออกแบบอย่างแยบยล

จากกลุ่มคน Elite

.

แต่ในความจริงอันขมขื่นนี้...ยังมีทางเลือก

คนจนไม่จำเป็นต้องอยู่

ในบทบาททรัพยากรตลอดไป

.

หากเริ่มมองเห็นกลไกนี้อย่างเข้าใจ

เขาสามารถเปลี่ยนจากแรงงาน

เป็นเจ้าของแรงงาน

เปลี่ยนจากผู้เช่าเป็นผู้ถือสิทธิ์

เปลี่ยนจากผู้ซื้อเป็นผู้ลงทุน

เปลี่ยนจากผู้ทำงานเพื่อระบบ

เป็นผู้สร้างระบบของตัวเอง

.

เพราะเมื่อเข้าใจว่า

“เราเป็นทรัพยากรของใครบางคน”

เราก็เริ่มต้นได้จากการ

“เป็นเจ้าของทรัพยากรของตัวเอง”

.

โลกนี้ไม่ได้มีเส้นแบ่งระหว่างคนรวยกับคนจนเท่านั้น

แต่มีเส้นแบ่งระหว่างคนที่ “รู้ระบบ”

กับคนที่ “ถูกระบบใช้”

และในวันที่คนจนเริ่มเข้าใจเกม

นั่นแหละ วันที่ระบบเริ่มสั่นสะเทือนจริง ๆ

.

พอมาถึงตรงนี้

หลายคนจะเริ่มสงสัยและมีคำถามว่า

กฎกติกาที่ออกแบบมาเพื่อให้เป็นคนจน

ที่เป็นเหมือนกลไกที่ซ่อนอยู่ในระบบทุนนิยม

ที่ทำหน้าที่เหมือนกำแพงโปร่งใส

กั้นไม่ให้คนจนปีนขึ้นไป

อยู่ชั้นบนของพีระมิดได้ง่าย ๆ

นั้นมีอะไรบ้าง

.

1. ระบบหนี้ : เครื่องพันธนาการที่มาพร้อมรอยยิ้ม

ธนาคารให้เงินกู้กับดอกเบี้ย “ที่ดูเหมือนช่วย”

แต่จริง ๆ แล้วมันคือการล็อกคนจน

ให้อยู่ในวงจรหนี้อย่างยาวนาน

คนจนต้องกู้เพื่อเรียน

กู้เพื่ออยู่ กู้เพื่อรอด

.

และทุกครั้งที่กู้เพิ่ม

เขาก็ยิ่งถูกผูกพันกับระบบที่คนรวยเป็นเจ้าของ

ในขณะที่คนรวย “กู้เพื่อขยายธุรกิจ”

คนจน “กู้เพื่อประคองชีวิต”

1 คือการกู้เพื่อสร้างอำนาจ

อีก 1 คือการกู้เพื่อแลกเวลา

.

2. ระบบการศึกษา : โปรแกรมฝึกแรงงาน ไม่ใช่สร้างเจ้าของ

โรงเรียนไม่ได้ถูกออกแบบมาให้สร้างผู้ประกอบการ

แต่มันถูกสร้างมาเพื่อป้อนแรงงานเข้าสู่ระบบ

เด็กถูกสอนให้เชื่อฟัง

ไม่เถียงผู้มีอำนาจ ทำงานตามคำสั่ง

และสอบให้ได้เกรดดีเพื่อ “หางานที่มั่นคง”

แทนที่จะสอนให้เข้าใจระบบภาษี การลงทุน

หรือการใช้เงินให้เกิดผลทวี

.

ระบบการศึกษาจึงผลิต

“คนที่พร้อมจะทำงานให้คนอื่น”

มากกว่าคนที่พร้อม

“สร้างงานของตัวเอง”

.

3. ระบบภาษี : เอื้อเจ้าของทุน แต่บีบผู้ใช้แรง

ภาษีในโลกทุนนิยมมักไม่เท่าเทียม

คนรวยมีที่ปรึกษาภาษี มีบริษัท

มีโครงสร้างที่ซ่อนกำไรในกองทุน

.

คนจนมีเพียงรายได้ประจำที่หนีไม่ได้

ผลคือ คนที่ทำงานหนักสุด

กลับจ่ายภาษีสูงกว่าคนที่ทำงานน้อย

แต่ถือสินทรัพย์มาก

.

ภาษีไม่ได้เก็บจาก “รายได้ทั้งหมด”

แต่เก็บจาก “คนที่หนีไม่ได้”

และคนที่หนีไม่ได้

ก็คือคนชั้นล่างของระบบเสมอ

.

4. ระบบตลาดแรงงาน : ลวงให้รู้สึกว่าขยันแล้วจะรวย

ระบบทุนสร้างคำพูดที่ฟังดูสวยงามว่า

“ถ้าขยัน คุณจะมีอนาคต”

.

แต่ในความจริง

ค่าแรงขั้นต่ำไม่ได้ขึ้นตามค่าครองชีพ

ตำแหน่งสูง ๆ ถูกจำกัดด้วยการศึกษาและเส้นสาย

.

คนส่วนใหญ่จึงต้องวิ่งอยู่ในลู่วิ่งที่ชื่อว่า

“ทำงานหนักแต่ไม่ไปไหน”

ยิ่งทำมากเท่าไหร่

ก็ยิ่งเติมเชื้อให้เครื่องจักรของคนรวย

.

5. ระบบบริโภคนิยม : ทำให้คนจนใช้เงินก่อนมีเงิน

โฆษณาไม่ได้ขายสินค้า

มันขาย “ความรู้สึกว่าเท่”

ระบบทำให้คนเชื่อว่า

การมีของ = การมีคุณค่า

.

คนจนที่อยากเท่

จึงต้องใช้บัตรเครดิต ใช้ผ่อน ใช้หนี้เพื่อซื้อฝัน

และสุดท้ายก็กลับไปทำงานหนักขึ้น

เพื่อจ่ายคืนฝันที่ยังไม่ทันได้ใช้

.

วงจรนี้คือ “เครื่องผลิตความจนซ้ำซ้อน”

คนรวยได้กำไร 2 ต่อ

ขายของก็ได้ ดอกเบี้ยก็ได้

.

6. ระบบอสังหาริมทรัพย์ : แผ่นดินที่กลายเป็นเครื่องผลิตชนชั้น

ในอดีต คนมีที่ดินคือคนมีชีวิต

แต่ปัจจุบัน ที่ดินกลายเป็น “สินค้า” ที่ถูกเก็งกำไร

ราคาถูกปั่นโดยนายทุนรายใหญ่

ขณะที่ประชาชนทั่วไปต้องทำงานทั้งชีวิต

เพื่อผ่อนบ้านหลังเดียว

.

เมื่อที่ดินกลายเป็นของคนไม่กี่กลุ่ม

คนจนก็ถูกบังคับให้ “เช่าชีวิต”

อยู่ในระบบของคนรวยไปตลอดกาล

ไม่ต่างอะไรกับการเล่นเกมส์เศรษฐีในชีวิตจริง

.

7. ระบบสื่อ : เครื่องมือกล่อมให้เชื่อว่าโลกยุติธรรม

สื่อทำหน้าที่ปลอบให้คนจนเชื่อว่า

“ต้องอดทน แล้ววันหนึ่งจะสำเร็จ”

ทั้งที่ในโลกจริง

คนที่รวยขึ้นมาส่วนใหญ่

ไม่ได้เริ่มจาก 0

.

แต่เริ่มจาก “ทุนเดิม”

ที่มองไม่เห็นในข่าว

มันคือการสร้างภาพลวงให้คนจนสู้ต่อ

โดยไม่รู้ว่ากำลังเล่นเกม

ที่เจ้าของสนามเปลี่ยนกติกาได้ตลอดเวลา

.

ระบบทุนนิยมไม่ได้ต้องการให้ทุกคนจน

แต่มันต้องการให้คนส่วนใหญ่ไม่รวยพอ

เพราะเมื่อคนส่วนใหญ่ “ไม่รวยพอที่จะเป็นอิสระ”

เขาจะยังต้องทำงาน

ยังต้องซื้อ ยังต้องเช่า ยังต้องกู้

และนั่นคือเชื้อเพลิงของระบบทั้งระบบ

.

ระบบทุนไม่ได้ฆ่าคนจน

มันเพียงแค่ทำให้พวกเขา"ไม่มีเวลาจะรวย"

เพราะทุกชั่วโมงที่คนจนใช้เพื่อเอาชีวิตรอด

คือทุกชั่วโมงที่คนรวยใช้เพื่อขยายอาณาจักร

.

ร่วมพูดคุยกันได้ที่

https://www.facebook.com/Ex.MatchingProperty/posts/pfbid02jqDQPpmWmEktmTVWHucbC42QhQNdXCdyPPkEAbZoR2hZhwMQBkHvXRDsiktD3Ajrl

บทความที่เกี่ยวข้อง (3)